ความเชื่อที่ลดน้ำหนักกันแบบผิดๆ

การลดน้ำหนักอย่างไรเพื่อที่เรานั้นจะได้เห็นผลทันตาบางคนก็อดอาหารเย็นบางไม่กินข้าวเย็นบางแต่ถ้าหากคุณไม่ควบคุมอาหารในการกินอะไรเลยคุณก็ไม่สามารถที่จะลดน้ำหนักลงได้และอย่างความเชื่อที่เข้าใจกันแบบผิดๆที่จะต้องลดอาหารอดอาหารบอกเลยคุณคิดผิด

ข้อนี้จะเป็นการเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก 

ก็คือคิดว่าการลดน้ำหนักได้ ก็จะต้องออกกำลังกายแบบหนักๆ แน่นอนตรงไปตรมาว่าออกกำลังกายได้มันยังดีกว่าที่คุณนั้นไม่ออกกำลังกายอะไรเลยแต่ถ้าถึงขั้นมองว่าถ้าไม่ออกกำลังกายนั้นมันจะไม่มีทางที่คุณนั้นจะสามารถที่จะลดน้ำหนักมันลงได้เลยหรือถ้าหากว่าคุณนั้นหยุดออกกำลังกายเมื่อไรน้ำหนักของคุณนั้นขึ้นมันก็เป็นเรื่องปกติอันนี้เราไม่เห็นด้วย ถ้าเราไม่มีเวลาที่จะไปออกกำลังกายแล้วน้ำหนักมันจะขึ้นเรามองว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติเราเชื่อว่าคนที่ออกกำลังกายแล้วสามารถที่จะลดน้ำหนักได้เขาจะต้องมีการคุมอาหารร่วมคู่กันไปด้วย

ไม่ใช่ว่าคุณนั้นออกกำลังกายมาแล้วแต่คุณนั้นก็ยังกินอะไรที่แย่ๆอยู่เหมือนเดิมเรามองเห็นยังไงแล้วคุณก็ไม่สามารถลดได้อยู่ดีเราอยากให้คุณนั้นลองคิดดูว่าวันหนึ่งเรานั้นรับประทาอาหารวันละสามมื้อยังไม่รวมมื้อว่างสัปดาห์หนึ่ง7วันก็21มื้อแล้วสัปดาห์หนึ่งคุณนั้นออกกำลังกายววันละกี่ครั้งกันหากคุณออกกำลังกายสัปดาห์หนึ่ง4 – 5ครั้งก็จะถือว่าคุณนั้นค่อนข้างกันแล้ว5ครั้งต่อ21ครั้งแต่ยังไง21ครั้งก็จะมีผลมากกว่าอยู่แล้วแพราะฉะนั้นในส่วนของเรื่องอาหารสำหรับในการรับประทานนั้นยังไงมันก็จะต้องคู่ไปกับการออกกำลังกายด้วยอยู้แล้ว

การออกกำลังกายหนักมันไม่ยสำคัญ มันสำคัญตรงที่ว่าความเหมาะสมมากกว่าและไม่ต้องจำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายแบบหนักๆคุณก็ยังสามารถที่จะลดน้ำหนักนั้นลงได้แต่สิ่งที่มันหน้ากลัวไปกว่านั้นสำหรับคนที่กำลังจะออกำลังกายแบบหนักเพื่อที่คุณนั้นจะสามารถลดน้ำหนักแต่ถ้าดันไปคิดว่าออกกำลังกายไปแล้วคุณจะกินอะไรก็ได้แต่มีอยู่คนหนึ่งได้พูดกันเล่นๆว่าออกกังกายแล้วจะกินอะไรก็ได้แต่เกิดดันมีคนเขาไปเชื่อจริงและคิดว่าตัวเองวิ่งแล้วมันเผาผลาญไปเยอะแล้วจะกินอะไรก็ได้เพราะว่าเราออกกำลังกายแค่600 700แคลอรี่แตเรากิน600 700แคลอรี่ผัดไทจานเดียวก็เกินแล้วหากคุณไม่ควบคุมอาหารการกินก็ไม่สามารถลดได้

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick