ถ้าเป็นไขมันพอกตับจะเป็นอย่างไร

ถ้าเป็นไขมันพอกตับจะเป็นอย่างไร อันดับแรกเรามาหาค่าเกี่ยวกับตับของคุณปกติอยู่รึเปล่า ?

วันนี้เราจะมาพูดถึงค่าของตับ ซึ่งจะมีอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆนั่นก็คือ

 

ค่า ALT และ AST

ค่า ALT หรือบางชนิดเรียกว่า SGPT คือค่าเดียวกัน คือเอนไซม์ที่มีมากในเซลล์ตับของเรา หากเกิดความเสียหายเกี่ยวกับตับ หากตับเกิดบาดแผล การทำงานผิดปกติ หรือประสบอุบัติเหตุ เซลล์ของตับก็จะมีค่าของ ALT สูงกว่าปกติ

ส่วน AST หรือที่เรียกกันว่า SGOT คือเอนไซม์ที่ใช้ตรวจวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคตับ และภาวะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงบริเวณหัวใจ โดยเอนไซม์ชนิดนี้ จะถูกพบมากที่บริเวณตับ และกล้ามเนื้อหัวใจ โดยสามารถนำมาเปรียบเทียบอัตราส่วนได้เพื่อบ่งชี้โรคตับในเบื้องต้น หากผู้ที่มีสุขภาพที่แข็งแรง จะมีค่าของ AST มากกว่า ALT อยู่เล็กน้อย

 

ค่า ALT และ AST ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไปจะเกิดแตกต่างกันระหว่างเพศชายและเพศหญิงโดย

เพศชายจะต่ำกว่า 30IU/L (หน่วยเป็นลิตร)

เพศหญิงจะต่ำกว่า 19IU/L (หน่วยเป็นลิตร)

 

โดยค่าปกติของแต่ละที่อาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับวิธีและน้ำยาที่ใช้ในการตรวจ

แต่ถ้าหาก ALT และ AST มีมากเกิน นั่นก็คือมีค่ามากกว่า 40 ขึ้นไปหรือตั้งแต่ 41 ซึ่งสามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ว่าเซลล์ของตับนั้นได้รับการเสียหาย อาจจะเป็นแผลอักเสบ หรือมีการทำงานได้ไม่เป็นปกติ หากมความผิดปกติดังนี้ ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ โดยตรงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้หายเอง เพราะอาจจะยิ่งทำให้อาการทรุดหนักมากขึ้นได้

ดังนั้นจึงควรมีการตรวจร่างกายประจำปี ตรวจเช็คอวัยวะการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกายว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี หรือไม่ เบื้องต้นอาจจะตรวจสอบได้โดยอาการต่าง ๆ อย่างเช่น มีการเวียนหัว อาเจียน รู้สึกหมดแรง ปัสสาวะเป็นสีเหลือง มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองร่วมด้วย อาจจะเข้าข่ายโรคตับอักเสบ หากมีอาการดังกล่าวที่ระบุมาดังข้างต้นนี้ให้รีบพบแพทย์เพื่อรักษา และแก้ไขทันที หากไม่ได้รับการรักษาท่วงทันเวลาอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้